• Home
  • FAQ
  • NEWS
  • ใช้ เครื่องสแกนลายนิ้วมือ และใบหน้า ควบคู่กับการลงทะเบียนโทรศัพท์มือถือด้วยบัตรประชาชน

ใช้ เครื่องสแกนลายนิ้วมือ และใบหน้า ควบคู่กับการลงทะเบียนโทรศัพท์มือถือด้วยบัตรประชาชน

กมธ.สื่อชงสปท.คุมเข้มสื่อออนไลน์ ซิมเติมเงินต้อง สแกนใบหน้า หรือ เครื่องสแกนลายนิ้วมือ

ในการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ในวันนี้ ( 3 ก.ค.60) จะมีการพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการสื่อสารมวลชน เรื่องผลการศึกษาและข้อเสนอแนะการปฏิรูปการใช้สื่อโซเชียลมีเดียที่มี พลอากาศเอกคณิต สุวรรณเนตร เป็นประธานโดยรายงานดังกล่าวระบุว่า ปัจจุบันสื่อออนไลน์มีโฆษณาชวนเชื่อที่เกินความเป็นจริง ส่งผลให้เกิดคดีหลอกลวงหรือฉ้อโกงจำนวนมาก รวมทั้งเผยแพร่สื่อลามกอนาจารอย่างเปิดเผย และยังมีการใช้สื่อออนไลน์ในการกระทำผิดกฎหมายหลายอย่างเพิ่มมากขึ้น เช่น การพนันออนไลน์ การขายยาเสพติด และอาวุธปืน โดยเฉพาะเมื่อสื่อออนไลน์ถูกนำไปใช้ในทางการเมือง เพื่อสร้างความวุ่นวาย

ดังนั้นกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงมหาดไทย และ กสทช. ควรเจรจากับผู้ให้บริการสื่อออนไลน์ต่างประเทศ เพื่อให้ลงทะเบียนการใช้งานโดยใช้ข้อมูลทางราชการเพื่อการยืนยันตัวบุคคล หากกระทรวงดิจิทัล ประสานงานอย่างเป็นทาง ควรเสนอให้ผู้ให้บริการสื่อออนไลน์กำหนดให้ผู้ใช้งานลงทะเบียน โดยเพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับหมายเลขประจำตัวประชาชน

ทั้งนี้กรรมาธิการ ได้เสนอแนวทางปฏิรูปไว้ 2 ระยะ คือ ระยะเร่งด่วน 2 แนวทาง และระยะยาวตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี อีก 5 แนวทาง รวม 7 แนวทาง โดยการปฏิรูปในระยะเร่งด่วน คือ

1.จัดระบบการเข้าถึงสื่อออนไลน์ เพราะสถิติผู้ใช้โทรศัพท์มือถือทั่วประเทศมีมากกว่า 50 ล้านเครื่องที่ใช้งานสื่อออนไลน์ โดยมาตรการที่ควรเร่งทำ คือ การลงทะเบียนโทรศัพท์มือถือโดยเฉพาะระบบเติมเงิน โดยให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ปรับแผนใช้ เครื่องสแกนลายนิ้วมือ และ เครื่องสแกนใบหน้า ควบคู่กับการลงทะเบียนโทรศัพท์มือถือด้วยบัตรประชาชน รวมทั้งควรจัดตั้งศูนย์กลางบริหารจัดการข้อมูลผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ

โดย กสทช.ควรกำหนดหลักเกณฑ์ เพื่อให้บริษัทผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ ร่วมกันกำหนดหมายเลขโทรศัพท์ หรือ หมายเลขอุปกรณ์โทรศัพท์ หรือ IMEI และหมายเลขประจำ SIM Card ที่ใช้งานเฉพาะในแต่ละจังหวัด

2.จัดตั้งศูนย์กลางเฝ้าระวังทางอินเตอร์เน็ต โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำ ความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโน โลยี (บก.ปอท.) ดำเนินการจัดหน่วยชุดเฝ้าตรวจทางอินเทอร์เน็ต โดยปรับเพิ่มบุคลากรเป็น 700 อัตรา จากเดิม 170 อัตรา เพื่อติดตามเนื้อหา เรื่องราวความเคลื่อนไหวของบุคคลต่างๆ ในโลกโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะในเฟซบุ๊กและยูทูบ ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบใบหน้าบุคคล และตรวจค้นเรื่องราวหรือเนื้อหาในสื่อออนไลน์

โดยคณะกรรมาธิการ จะเสนอให้ที่ประชุม สปท.พิจารณาให้ความเห็นชอบรายงานดังกล่าว ก่อนนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป

ที่มา:www.thaich8.com

Tags: finger scan, เครื่องสแกนลายนิ้วมือ, เครื่องสแกนใบหน้า

 Print  Email